+atom.xml?redirect=false รู้อะไร@iTUKnowledge Blog keyword

หน้าเว็บ

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อุปสรรคการพัฒนาการเมืองประเทศไทย



ในสงครามการเมืองทุกประเทศ มีคำกล่าวไว้ว่า"การได้มาซึ่งอำนาจรัฐว่ายากแล้ว แต่การรักษาอำนาจรัฐไว้ยากยิ่งกว่า" เมื่อพรรคเพื่อไทยโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฝ่าด่านและกำแพงกีดขวางจากกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมชนะพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี2553 และได้รับเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากจากประชาชน เป็นรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยโดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

ชัยชนะและความขัดแย้งทางการเมือง แม้รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชัยชนะทางการเมืองในขณะนั้น เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศและนานาประเทศ แต่ในประเทศยังไม่เป็นที่่ยอมรับของกองทัพ และกลุ่มคนชั้นสูงกับกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งกุมอำนาจทางเศรษฐกิจและควบคุมข้าราชการ โดยเฉพาะกองทัพไทยในตอนแรกเมื่อรัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร เข้ารับตำแหน่งเห็นปฏิกริยาที่แสดงออกได้ชัดเจนยิ่ง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยอ่านสัญญาณและทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเป็นอย่างดี จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศไว้คือยุทธศาสตร์การบริหารจัดการการเมืองกับกลุ่มอำนาจในทางการเมืองเพื่อรักษาสถานภาพเป็นรัฐบาล ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์การบริหารการพััฒนาประเทศตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการดำเนินการตามนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และการนิรโทษกรรมผู้ต้องโทษที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ในคดีทางการเมือง นั้นจะดำเนินการในปีที่4 ของรัฐบาล 

กลุ่มการเมืองกับอำนาจการเมือง กลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมรับฟังรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยและไม่เข้าใจการเมือง มีความคิดต่างและกระทำตัวไม่อยู่ในสังกัดพรรคการเมืองไม่เป็นส่วนหนึ่งของพรรคการเมือง พฤติกรรมเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการเมืองกับพรรคการเมือง มุ่งเอาแต่ความคิดตามความเข้าใจของตนเป็นสำคัญ ไม่รู้การเมืองและไม่เข้าใจในสถานการณ์การเมืองในขณะนั้น กลับแสดงปฏิกริยาคัดค้านต่อต้านรัฐบาลของตัวเองกล่าวหาว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องการเพียงรักษาอำนาจการเป็นรัฐบาล ไม่สนใจทำตามสัญญาทั้งสองประการข้างต้นที่ให้ไว้ต่อประชาชน กลับกดดันรัฐบาลอย่างหนัก ให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมประชาชนที่ต้องโทษการเมือง อันเป็นการดำเนินการก่อนช่วงเวลาที่สมควรตามสถานการณ์การเมือง ทำให้รัฐบาลเดินส่ายเป้ออกนอกแนวทางยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น เป็นเหตุให้ไปเข้าทางตีนของกลุ่มการเมืองชนชั้นนำที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่จ้องรอก่อสถานการณ์ให้เกิดวิกฤตอำนาจการเมืองการบริหารโค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยฝ่ายประชาธิปไตย และรัฐบาลถูกรัฐประหารโดยกองทัพในวันที่ 22 พฤษาคม 2557เวลา 16.30 น.มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารเรียกว่าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศทำให้ประเทศกลับตกเข้าสู่วังวนวงจรเดิมๆอีกครั้งเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมืองไทย 

สถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมือง ก็ดำเนินไปในขณะนี้อย่างที่เห็นตามปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ได้เกิดขึ้นในประเทศ และรู้ๆกันในปัจจุบันว่าไม่เป็นผลดีต่อนักการเมือง กลุ่มการเมืองและมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย ทำให้การพัฒนาทางการเมืองประชาธิปไตยสะดุดหยุดลง ขาดโอกาสในการบริหารการพัฒาประเทศเชิงแข่งขันในแนวทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย 

จึงบันทึกไว้เป็นบทเรียน เพื่อให้พรรคการเมือง นักการเมืองและกลุ่มมวลชนประชาธิปไตยจำไว้ว่า "ไม่รู้ทั้งเขาไม่รู้ทั้งเราเดินหมากพลาดตาเดียวกลับพ่ายทั้งกระดาน" ประเทศไทยกลับเข้าสู่งจรอุบาทว์ในทางการเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคมาหลายทศวรรษต่อการพัฒนาการเมืองประเทศไทย