+atom.xml?redirect=false รู้อะไร@iTUKnowledge Blog keyword

หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความรู้การตลาดพลานุภาพทางการเมือง


ความรู้หลักการตลาดการเมือง(Marketing Politics)  คือการประชาสัมพันธ์รณรงค์หาเสียงในทางการเมือง โดยการใช้ความรู้ด้านการตลาดในทางธุรกิจเป็นการสร้างพลานุภาพโน้มน้าวจิตใจประชาชน ให้มานิยมชมชอบและลงคะแนแนเลือกตั้งในตัวบุคลาการทางการเมือง หรือพรรคการเมืองในการเมืองระบอบประชาธฺปไตย

การเลือกตั้ง(Election) เป็นวิถีการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ในทางการเมืองในการเลือกตั้งผู้แทนไปปกครองประเทศ ในการเลือกตั้งเป็นการต่อสู้ทางการเมือง จะต้องมีความรู้พลานุภาพโน้มน้าวจูงใจประชาชน มีเป้าหมายคือชัยชนะในทางการเมือง มีองค์ประกอบ  2  ประการคือ


1.กฎหมาย ระเบียบ เป็นข้อห้าม ข้อปฏิบัติ และโทษตามกฎหมายในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ได้แก่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด วัสดุอุปกรณ์ จำนวนป้าย ขนาดของป้าย การทำลายป้ายหาเสียง การซื้อเสียง การใส่ร้ายป้ายสี การจัดหรือร่วมงานเลี้ยงต่างๆ การยื่นแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมด และอื่นๆ :ซึ่งสำคัญที่สุดห้ามมิให้ผู้ใดกระทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกฏหมาย

2.เทคนิคการโฆษณาหาเสียง แบ่งเป็น 2 ประการ ประการแรก การรณรงค์หาเสียง แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก การประชาสัมพันธ์โน้มน้าวจิตใจ โดยภาพรวมทั่วไป ระยะที่สอง การกระตุ้นเตือนตอกย้ำในนโยบายและบุคลากรทางการเมือง ที่นำเสนอต่อประชาชน ระยะที่สาม การเร่งเร้าเน้นย้ำ จูงใจให้เลือกหมายเลขของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง การซุ่มตัวอย่างคะแนนนิยม (Poll) เป็น 3 ระยะก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบคะแนนนิยมของประชาชนในตัวผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ประการที่สอง การใช้สื่่อในการหาเสียง ได้แก่ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ป้ายโฆษณา แผ่นปลิว ชุมนุมปราศรัย รถโฆษณา เดินพบปะประชาชน และ อื่นๆ ใช้มันอย่างบูรณาการ แต่ต้องระวังค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่าเกินที่กำหนดไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง 

แนวทางสร้างพลานุภาพโน้มน้าวประชาชน คือการใช้หลักการตลาดหาเสีงเบือกตั้งในวางแผน กำหนดเป้าหมายพื้นที่และบุคคล ขั้นตอนการปฏิบัติ ได้แก่ ระยะเวลา การใ้ช้สื่อ และอุปกรณ์ต่างๆในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และอื่นๆ การตรวจสอบคะแนนเสียง การติดตามประเมินผล ทั้งหมดนี้กระทำก่อนวันเลือกตั้ง ในการโน้มน้าวจูงใจของพรรคการเมือง นักการเมือง ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนให้พนนตกสนเมืองและผู้สมัครในวันเลือกตั้ง ซึ่งพรรคการเมือง นักการเมือง และประชาชนควรเรียนรู้และทำความเข้าในกฏหมายเลือกตั้งโดยเฉพาะพรรคการเมืองและนักการเมือง มิให้ตกหลุมติดหล่มกับดักทางการเมืองจนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองและยุบพรรคการเมืองเช่นในประวัติศาสตร์ 

การตลาดการเมือง เป็นความรู้ในการทำกิจกรรมการทางการเมืองที่มีพลานุภาพ ในการโน้มน้าวจูงใจประชาชน