+atom.xml?redirect=false รู้อะไร@iTUKnowledge Blog keyword

หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ประเทศไทย การเมืองหลังพ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบัน


การเมืองประเทศไทย ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน แนวคิดการเมืองมี 3 แนวทางที่ต่อสู้ชิงอำนาจรัฐคือ แนวคิดอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จ แนวคิดประชาธิปไตย และแนวคิดสังคมนิยม แต่การพัฒนาประเทศยังไม่ก้าวไกลในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ดัง "นอร์แมน เจค็อบส์นักรัฐศาสตร์กล่าว ประเทศไทย ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา" การเมืองภายใต้ทฤษฏีเกมในทางรัฐศาสตร์ วัฏจักรการเมือง รัฐประหาร รัฐธรรมนูญ  การเลือกคั้ง จัดตั้งรัฐบาล เฉลี่ยทุก 6 ปี เป็นวงจรอุบาทว์การเมืองไทย


ต่อมาหลังจากกองทัพไทยในระบอบอำนาจนิยมรบชนะพรรคคอมมูนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) ในสงครามคอมมูนิสต์ เมื่อปี 2525 ผู้เขียนได้ประเมินสถานการณ์การเมืองประเทศไทยในขณะนั้น พบว่าผู้นำกองทัพมีเป้าหมายต่อไปคือการควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จปกครองประเทศ  มีการวางยุทธศาสตร์ตั้งค่ายทหารทุกจังหวัดเพื่อเตรียมการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จควบคุมประเทศ ซึ่งเห็นว่ากองทัพไม่มีเหตุผลและความจำเป็น จัดตั้งค่ายและขยายกำลังทหารทุกจังหวัด เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณรัฐ เพราะมองไม่มีเหตุศัตรูภายนอกประเทศ สงครามภายในยังไม่สิ้นสุดกลายเป็นสงครามการเมืองชิงอำนาจรัฐระหว่างฝ่ายอำนาจนิยมขวาจัดกับฝายเสรีประชาธิปไตย 

เกมการเมืองในประเทศไทยไม่เปลี่ยนแปลง ปรากฏฝ่ายอำนาจนิยมไม่เล่นตามกฏเกณฑ์กติกาหลักการประชาธิปไตย ภายใต้ทฤษฏีสมคบคิดสร้างสถานการณ์เหตุวิกฤตขัดแย้งทางการเมืองเป็นเงื่อนไขความชอบธรรมรัฐประหาร 2549 และรัฐประหารซ้ำ 2557 เพื่อยึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาล่ฝายประชาธิปไตยที่มาจากเสียงข้างมากโดยชอบธรรมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ โดยจัดตั้งรัฐบาลใช้อำนาจเบ็ดเสร็จควบคุมประเทศ อันส่งผลเสียหายกระทบต่อความเชื่อถือจากประเทศประชาธิปไตยสากลในโลก และการบริหารพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม ทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงด้านทรัพยากรในแผ่นดินได้แก่ แร่ทองคำ น้ำมัน แร่ธาตุอื่นๆ และทรัพยากรอื่นๆ แต่รัฐบาลอำนาจนิยมขาดประสิทธิภาพในการบริหารการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ

คสช. ออกแบบโครงสร้างการปกครองไม่ใช่ประชาธิปไตยสากลแบบรัฐสภามีกษัตริย์เป็นประมุข แต่เป็นการวางโครงสร้างสืบถอดอำนาจระบอบอำนาจนิยมคสช.ที่เรียกว่าประชาธิปไตยแบบรวมศุนย์โดยให้คณะผู้นำกองทัพมีอำนาจเบ็ดเสร็จในรูปคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อควบคุมรัฐบาลและรัฐสภาเช่นคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมูนิสต์ในประเทศระบอบเผด็จการสังคมนิยมคอมมูนิสต์  เป็นการสืบทอดอำนาจระบอบอมาตยาธิปไตย" ประกอบด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระ กอ.รมน. และพรรคการเมืองทหาร ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนสืบทอดระบอบอำนาจนิมเบ็ดเสร็จ คสช.ไว้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 และกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฏหมายต่างๆ

ประเด็นพิจารณามีว่า "รัฐบาล คสช. วางโครงสร้างการสืบทอดอำนาจรัฐ.ไปก้าวล้ำพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยสากลแบบรัฐสภามีกษัตริย์เป็นประมุขนั้นเป็นการสมควรแล้วหรือไม่?"

ปัญหาความชอบธรรม ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้การบริหารการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไม่ประสบผลสำเร็จไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศ และความเดือดร้อนของประชาชนตลอดจนบั่นทอนพลังอำนาจของชาติไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศในยุคโลกาภิวัตน์

การเมืองเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ เมื่อประเททศไทยไม่มีศึกนอกประเทศ กองทัพก็รบกับประชาชนในประเทศในโลกยุคปัจจุบันกองทัพควรปรับตัวให้ทันสมัยเป็นกองทัพในระบอบประชาธิปไตยยอมรับเสียงข้างมากโดยชอบธรรมของประชาชน