+atom.xml?redirect=false รู้อะไร@iTUKnowledge Blog keyword

หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การเลือกตั้ง ทางออกการเมืองประเทศไทย(2)


ในการแข่งขันทางการเมือง รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดไว้ว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ต้องประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) ในการเลือกตั้งทั่วไป ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 สิ้นสุดในวันที่ 11 ก.พ.57 และต้องได้ ส.ส. 95% เพื่อให้ทันเปิดประชุมสภาภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ต้องเปิดประชุมสภานัดแรกภายในวันที่ 4 มี.ค. 57 และสภาต้องเลือกนายกรัฐมนตรีจาก ส.ส. ภายใน 30 วัน ไม่เกินวันที่ 3 เม.ย. 57 นับจากการประชุมสภา ครั้งแรก ซึ่งเป็นบทบัญญัติบังคับไว้ ตาม รัฐธรรมนูญ

กฏเกณฑ์ทางการเมือง  คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นว่าไม่สามารถตราพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถเปิดรับสมัคร ส.ส.ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้ดำเนินการได้ อีกทั้งการเลือกตั้งใน 28 เขต ยังอยู่ในกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่แล้วเสร็จ จึงเป็นอำนาจ กกต.ที่จะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า กกต.มีอำนาจออกประกาศตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 235(1)ประกอบกับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2550 ว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง มาตรา 236(2)

การเมืองกับการเลือกตั้ง ที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะกี่ครั้งไม่เคยมีปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นกลางทางการเมืองและให้เป็นไปตามรััฐธรรมนูญและกฏหมายแต่.กกต. ชุดปัจจุบันเมื่อเข้ามารับตำแหน่ง ท่องคาถาอยู่ 4 คำคือ ถอยคนละก้าว เลื่อน โมฆะ และ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เคยได้ยิน กกต. บอกว่า ต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามขั้นตอน เงื่อนไขเงื่อนเวลา ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 การกระทำของ กกต.เป็นเรื่องแปลกมากๆ เป็นการซ้ำเติมวิกฤตการเมือง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยฝ่ายประชาธิปไตย กระทำตามกฏหมาย ส่วนม็อบกบฏ ปชป. กปปส. ฝ่ายอมาตยาธิปไตย กระทำผิดกฏหมาย กกต.ยังไปให้ความสำคัญกับฝ่ายม็อบกบฎมากกว่าฝ่ายรัฐบาล แท้จริงแล้วมีอยู่ปัญหาเดียวที่ทำให้เกิดปัญหาตามมานั้น เกิดจาก กกต.คือปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ไม่ยึดหลักกฏหมายไม่ทำตามขั้นตอน เงื่อนไขและเงื่อนเวลาตามรัฐธรรมนูญ  ซึ่ง กกต. ไม่สนใจตระหนักว่า จะกลับกลายเป็นผู้กระทำผิดกฏหมาย

ในสถานการณ์การเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ปรากฏว่ามีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประมาณ 20 ล้านคนจากผู้มีสิทธิ ประมาณ 47 ล้านคน  และพวกเขากำลังลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิทางการเมืองโดยเห็นว่าการเลือกตั้ง เป็นทางออกจากวิกฤตการเมืองประเทศไทย