+atom.xml?redirect=false รู้อะไร@iTUKnowledge Blog keyword

หน้าเว็บ

Thursday, December 18, 2014

อะไรเป็นตัวชี้วัดความรู้ว่าประเทศใดเป็นประชาธิปไตย


ความรู้ประชาธิปไตย ทฤษฏีประชาธิปไตยเริ่มกำเนิดมา 23 ศตวรรษ ผ่านมา ในนครรัฐเอเธนส์ ประเทศกรีก เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยตรง มีประชาชนประมาณ3-4แสน คน ซึ่งเป็นจำนวนประชากรที่ไม่มากนัก สภาพสังคมไม่สลับซับซ้อน ประชาชนสนใจและมีส่วนร่่วมในกิจการบ้านเมืองเป็นประจำ เป็นต้นแบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ต่างจากสังคมสมัยปัจจุบัน คำถามมีว่า อะไรเป็นตัวชี้วัดความรู้ว่าประเทศใดเป็นประชาธิปไตย 


ความรู้เกี่ยวกับการเมือง ผู้เขียนแบ่งตามทฤษฏีการเมืองในด้านรัฐศาสตร์ ได้เป็นระบบหลักในปัจจุบันได้  2 ระบอบคือ
1.การเมืองระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ได้แก่
1.1.แบบชาตินิยม(Fascism)มุสโสลินีกล่าวว่าการปกครองแบบชาตินิยมอิตาลี่เป็นการเข้าถึงการปกครองประชาธิปไตยที่แท้จริง
1.2.แบบสังคมชาตินิยม(Nazism) ฮิตเลอร์กล่าวว่าการปกครองแบบสังคมชาตินิยมหรือเชื้อชาตินิยม ของเยอรมันเป็นประชาธิปไตย
1.3.แบบคอมมูนิสต์(Communism)ผู้นำประเทศคอมมูนิสต์กล่าวว่าการปกครองของสังคมนิยมคอมมูนิสต์แบบเป็นประชาธิปไตยปวงชน

ในทฤษฎีการเมืองได้อธิบายความว่าลักษณะการเมืองทั้ง 3 แบบ เป็นระบอบเผด็จการอำนาจนิยม เพราะการเข้าสู่อำนาจของผู้นำและจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ มาจากการใช้กำลังยึดอำนาจโดยกองทัพไม่คำนึงถึงอำนาจอธิปไตยของประชาชน

2.การเมืองระบอบประชาธิปไตย ได้แก่
2.1 รัฐบาลแบบรัฐสภา มีประเทศอังกฤษเป็นแม่แบบ
2.2 รัฐบาลแบบประธานาธิบดีมีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแม่แบบ
2.3 รัฐบาลแบบกึ่งรัฐสภาและกึ่งประธานาธิบดี มีประเทศฝรั่งเศสเป็นแม่แบบ

ประเทศตะวันตกที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย การเข้าสู่อำนาจด้วยการเลือกตั้งจากประชาชนใช้กฏเกณฑ์เสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย ตามคำนิยามของลินคอล์น ประชาธิปไตยได้แก่ รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน บนหลักการ สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคในทางการเมืองของประชาชน

ตัวชี้วัดประชาธิปไตย ประเทศใดมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ ในทางสากล วัดจากรูปแบบการเข้าสู่อำนาจของผู้นำประเทศหรือผู้แทนประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของประชาชน ตามกฏเกณฑ์เสียงข้างมากบนหลักการสิทธิเสรีภาพ เสมอภาคของประชาชนในทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย 

วาทกรรมทางการเมือง ในประเทศไทยมีคำกล่าวของบางบุคคล หรือคนบางกลุ่มว่า การเลือกตั้งเสียงข้างมากไม่ใช่ประชาธิปไตย หรือเสียงข้างมากไม่ใช่เสียงสวรรค์ เสียงส่วนมากต้องคำนึงถึงเสียงส่วนน้อย เผด็จการเสียงข้างมากไม่คำนึงถึงเสียงส่วนน้อย ประชาชนไม่มีการศึกษาสูงไม่เข้าใจประชาธิปไตย การเลือกตั้งเรื่องของนักเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย นักการเมืองชื้อเสียงทุจริตเลือกตั้ง พรรคการเมืองทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นสัญญาประชาคม มีเจตนาทำให้เกิดความสับสนในความรู้หลักการประชาธิปไตยในหมู่ประชาชน และกลายเป็นเหตุคำพูดแห่งความามเกลียดชังในหมู่ประชาชน โดยยกเป็นเหตุผล หรือข้ออ้าง ที่ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติ และล้มล้างกฏเกณฑ์เสียงข้างมากตามหลักการประชาธิปไตย

แต่บุคคลหรือกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่เคยพูดว่า เสียงข้างน้อยเมื่อแพ้แล้วต้องยอมรับกฏเกณฑ์เสียงข้างมาก และปฏิบัติตามหลักการประชาธิปไตยตามแบบสากลประเทศ และไม่คิดว่าประชาชนแม้การศึกษาไม่สูง แต่มีจิตวิญญาณเสรีสูงส่ง นั่นคือจิตวิญญาณประชาธิปไตย เป็นหลักสำคัญกว่าการมีการศึกษาสูง ซึ่งในพวกเขาจะมีก็เช่นนั้นหาไม่

วาทกรรมประดิษฐ์ทางการเมืองเป็นของบุคคลและนักการเมืองและนักวิชาการในระบบอำนาจนิยม  ในประเทศไทยที่ไม่ยึดถือหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการสื่อสารชี้นำให้เกิดความเกลียดชังต่อกันของคนในสังคม ก่อให้เกิดความขัดแย้งเลียดชังและวิกฤตการเมืองในประเทศไทย  สำหรับกลุ่มชนชั้นนำนี้เห็นว่าประชาธิปไตยเป็นเพียงเครื่องมือที่เข้าควบคุมอำนาจทางการเมืองและครอบครองทรัพยากรเหนือประชาชน

ประชาชนพึงมีความรู้ว่าประชาธิปไตยเป็นประเทศที่มีการเลือกตั้งตามกฏเกณฑ์เสียงข้างมากตามหลักการประชาธิปไตยบนพื้นฐานสิทธิ เสรีภาพเสมอภาคในทางการเมืองของประชาชน